วางแผนทางการเงินเริ่มต้นอย่างไรดี วันนี้นะครับผมจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับปิรมิตทางการเงินทั้ง 5 ขั้น

ขั้นแรกก็คือเรื่องของ Cash Flow Management ก็คือเรื่องของการบริหารกระแสเงินสดรับที่เราจะต้องรู้นะครับว่ามีรายรับรายจ่ายต่อเดือนนะครับว่าอยู่ที่เท่าไหร่ สมมุติตัวอย่างนะครับว่าเรามีรายรับอยู่ที่ 100 บาทสิ่งที่เราจะต้องคำนึงถึงนะครับก็คือเรื่องของหนี้สินว่าไม่ควรจะอยู่เกิน 40-50% และพาร์ตของการออมเราควรจะมีการเริ่มต้นออมอยู่ที่ประมาณ 10-30%นะครับ มาไปกว่านั้นนะครับสิ่งที่เราได้รู้จักเรื่องของการทำกระแสเงินสดและรับรายจ่ายเรียบร้อยแล้วนะครับ เราจะต้องคำนึงถึงเรื่องเงินสำรองฉุกเฉินนั้นเองครับ ซึ่งเงินสำรองฉุกเฉินอันนี้นะครับจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่ออาจจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ไม่ว่าจะเป็นการตกงานหรือว่าระหว่างรอที่เราจะไปสมัครงานใหม่นะครับทำให้เราสามารถมีเงินที่จะใช้ชีวิตต่อไปได้อีกสักระยะเวลาหนึ่งนั่นเองนะครับ สำหรับคนที่มีรายได้ประจำหรือว่ามนุษย์เงินเดือนนะครับตามทฤษฎีเขาบอกว่าควรจะมีเงินสำรองฉุกเฉินนะครับอยู่ที่ประมาณ 3-6 เท่านะครับ จากตัวอย่างเมื่อสักครู่นะครับภาระรายจ่ายที่ 2 หมื่นบาทนะครับ สิ่งที่เขาจะต้องมีก็คือ 60,000 ถึง 120,000 บาทในทางกลับกันครับสำหรับบางคนนะครับที่อาจจะเป็นฟรีแลนซ์หรือมีรายได้ที่ไม่ได้นอนเลยครับตามทฤษฎีเขาบอกว่าควรจะมีเงินสำรองฉุกเฉินนี้นะครับอยู่ที่ประมาณ 6-12 เท่านะครับถ้ามีภาระค่าใช้จ่ายตามตัวอย่างนะครับอยู่ที่ 20,000 บาทต่อเดือนนะครับจะต้องเก็บได้ก็คือ 120,000 ถึง 240,000 บาทเพื่อที่จะเพียงพอสำหรับเรื่องที่ไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นในชีวิตของคุณนั้นเองครับ

ส่วนที่ 2 นะครับก็คือการทำโปรเทคชั่นนะครับหรือการป้องกันความเสี่ยงนั่นเองครับ ถ้าพูดถึงการป้องกันความเสี่ยงแน่นอนว่าเครื่องมือที่สามารถทำได้นะครับก็คือการทำประกันนั้นเองครับ ทำประกันนะครับหมายความว่าอย่างไรเลยครับเราสามารถผลักภาระความเสี่ยงของเรานะครับให้กับบริษัทประกันได้ ยกตัวอย่างนะครับสมมุติว่าเราขับรถและมีประกันรถยนต์สิ่งที่บริษัทประกันภัยสามารถทำให้เราได้ก็คือ Cover ค่าใช้จ่ายทั้งหมดจากเงินประกันที่เราทำไว้นะครับโดยที่เราเองนะครับไม่ต้องควักเงินจ่ายค่าเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นเองนะครับ นั่นก็หมายความว่าเราผลักภาระความเสี่ยงที่เกิดขึ้นนะครับไปให้บริษัทประกัน ในทางเดียวกันนะครับหลายๆคนบอกว่าการทำประกันเป็นเรื่องยุ่งยากแล้วก็เป็นเรื่องที่รู้สึกว่าเราต้องเสียเงินเป็นภาระ แต่ในทางกลับกันครับถ้าเราวางแผนในเรื่องของการทำประกันที่ดีเลยครับ บางทีอาจมีประโยชน์มากขึ้นก็ได้นะครับ สมมุติว่าเราใช้ชีวิตอยู่และเก็บเงินสำรองฉุกเฉินของเราได้ 1 แสนบาทเรียบร้อยแล้วนะ แต่วันดีคืนดีครับเราอาจจะเกิดป่วยอหรืออาจจะเจ็บไข้นะครับเข้าโรงพยาบาล พยาบาลไปเนี่ยไม่ต่ำกว่า 50,000 หรือ 100,000 ทำให้เงินที่เราเก็บมาทั้งหมดเนี่ยหมดไปเลยครับ และทำให้การวางแผนการเงินของเราเนี่ยล่าช้าลงไปด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นการทำประกันนะครับก็สามารถปกป้องความเสี่ยงตรงนี้ได้เลยครับ การทำประกันที่ดีนะครับสามารถดูได้อย่างไรนะครับอันดับแรกเลยนะครับก็ดูว่าที่วัตถุประสงค์ของการทำประกันนะครับ สมมุติถ้าเรามีความกังวลเรื่องของทรัพย์สินหรือของใช้ของเรานะครับไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือตัวบ้านนะครับสิ่งที่เราต้องทำก็คือการทำประกันรถยนต์ หรือการทำประกันอัคคีภัยนะครับเพื่อปกป้องบ้านของเรานะครับในวันที่เราไม่รู้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น อีกเรื่องนึงครับถ้าสมมุติเราเป็นหัวหน้าครอบครัวแล้วมีคนหลายคนในครอบครัวของเรานะครับต้องพึ่งพิงรายรับของเรานะครับ ไม่ว่าจะเป็นค่าเล่าเรียนค่ากินอยู่ของครอบครัวนะครับสิ่งที่เราจะต้องทำก็คือเรื่องของการทำประกันชีวิตครับ เพราะว่าเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าระหว่างทางที่เราใช้ชีวิตไปเนี่ยเกิดอะไรขึ้นนะครับสมมุติว่าเราใช้ชีวิตไปแล้วกลางทางแล้วเนี่ยเกิดเราเป็นอะไรขึ้นไปนะครับ อย่างน้อยครอบครัวของเราหรือลูกของเรานะครับยังสามารถมีเงินเรียนจนจบได้นะครับในวันที่เราไม่อยู่กับเขาแล้วนั่นเองครับ

ในส่วนของปิรามิตขั้นที่ 3 และ 4 นะครับก็คือเรื่องของการออมและการลงทุนนะครับเรื่องของการออมและการลงทุนนะครับสามารถแบ่งได้ตามเป้าหมายและระยะเวลาได้เป็น 3 แบบด้วยกันครับ
– แบบที่หนึ่งก็คือแบบเป้าหมายระยะสั้นก็คือแล้วเวลานั้นนะครับไม่ถึง 3 ปีเป้าหมายลักษณะแบบนี้นะครับอาจจะเป็นเรื่องของการเก็บเงินสำรองฉุกเฉินหรือเรื่องของการที่อยากจะดาวน์รถเป้าหมายนี้นะครับเราสามารถฝากเงินอยู่ในตราสารหนี้ระยะสั้นนะครับหรือว่า Money Market นั่นเองครับ สำหรับใครที่สงสัยว่าจะทำอย่างไรก็สามารถเข้าไปดูได้ที่ Finnomena Plus ได้เลยนะครับ
– เป้าหมายที่ 2 ครับก็คือเป้าหมายระยะกลางซึ่งมีระยะเวลาตั้งแต่ 3-7 ปีนะครับ เป้าหมายลักษณะแบบนี้ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเรื่องของการเก็บเพื่อการดาวน์บ้านนะครับหรือว่าการแต่งงานหรือ ค่าสินสอดนั่นเองนะครับสำหรับเป้าหมายระยะกลางนะครับ กองทุนที่ทุกคนสามารถลงทุนได้นะครับก็คือกองทุนรวมผสมนะครับที่มีทั้งหุ้นและตราสารหนี้นะครับหรือพูดง่ายๆนะครับกองทุนที่มีความเสี่ยงในระดับปานกลางนั่นเองครับ
– เป้าหมายที่ 3 คือเป้าหมายระยะยาวครับหรือว่ามีระยะเวลาตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไปนะครับ แน่นอนว่าเรามีระยะเวลาแต่ว่าจำนวนเงินที่เราต้องการเก็บเนี่ยก็ค่อนข้างสูงเลยทีเดียวล่ะครับซึ่งเป้าหมายส่วนใหญ่ของทุกคนนะครับก็คือเป้าหมายในเรื่องของการวางแผนเกษียณหรือว่าการศึกษาค่าเล่าเรียนบุตรของคุณนั้นเองนะครับ สิ่งที่เราสามารถทำได้และก็คือจัดคอร์ดแบบ Asset Allocation นะครับก็มีหลากหลายสินทรัพย์ขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็นตราสารหนี้กองทุนทางเลือกจากอสังหาริมทรัพย์นะครับหรือว่าลงทุนทองคำ กองทุนหุ้นนะครับอาจจะมีทั้งประเทศไทยและหุ้นต่างประเทศด้วยนะครับ หรือถ้าใครสงสัยว่าจะทำยังไงก็สามารถเข้าไปดูนะครับพี่แผนของทาง Finnomena ไม่ว่าจะเป็นแผน Goal หรือว่าแผน GAR นั่นเองครับ

ส่วนถัดไปที่อยู่ในระหว่างปิรมิตทั้งหมดเลยนะครับก็คือเรื่องของ Tax หรือการวางแผนภาษีนั่นเองครับสิ่งที่เราจะต้องรู้ก็คือรายได้ของเรานะครับต่อปีเนี่ยอยู่ที่เท่าไหร่รวมไปถึงครับ สิ่งที่เราสามารถลดหย่อนได้นะครับและอีกอย่างก็คือว่าสิทธิในการลดหย่อน หรือว่าจะเป็นเนื้อของการบริจาคสิทธิในการเลี้ยงดูบุตรหรือคุณพ่อคุณแม่ของเรานะครับ ก็สามารถนำมาลดหย่อนตรงนี้ได้ แต่ผมแนะนำอีกอย่างนึงนะครับสำหรับคนที่เป็นมนุษย์เงินเดือนนะครับสิ่งที่เราจะต้องไปดูก็คือสิทธิประโยชน์ในการลงทุนในกองทุนรวม ที่มีสิทธิประโยชน์ทางภาษีไม่ว่าจะเป็นกองทุนรวม rmf กองทุนรวม ssf นะครับซึ่งกองทุนรวมลักษณะแบบนี้นะครับหน้าตาเป็นอย่างไรและมีสิทธิประโยชน์อะไรบ้างนะครับ ผมทำวีดีโอเอาไว้เรียบร้อยแล้วนะครับสามารถไปดูย้อนหลังได้นะครับกับเรื่องของสิทธิประโยชน์ในเรื่องของกองทุน rmf และ ssf
ปิรมิตขั้นสุดท้ายนะครับก็คือเวล Wealth transfer นะครับหรือว่าการวางแผนมรดกนั้นเองครับ สมัครบัตรเครดิตกสิกรออนไลน์สิ่งที่เราจะต้องทำนะครับก็คือการเขียนพินัยกรรมนะครับก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้วครับที่เราสามารถวางแผนมรดกได้นะครับระหว่างที่เรายังมีชีวิตอยู่นั่นเองนะครับ วิธีการเขียนพินัยกรรมนะครับก็สามารถเขียนด้วยลายมือตัวของเราเองด้วยครับเป็นลายลักษณ์อักษรนะครับด้วยกัน 2 ฉบับได้ครับแต่สิ่งที่สำคัญอีกหนึ่งอย่างนะครับก็อย่าลืมบอกลูกเขาด้วยนะครับว่าเราเขียนตัวพินัยกรรมของเราไว้ที่ไหนนะครับ เพื่อที่เวลาที่เราไม่อยู่แล้วจะได้เอาพินัยกรรมเนี่ยเราจะได้รู้ว่าเราได้มีการส่งมอบมรดกและสินค้าของเราเลี้ยงไว้ให้ใครเป็นจำนวนเท่าไหร่ด้วยนะครับ สุดท้ายแล้วนะครับว่าถ้าเรารู้ว่าปิรมิตทางการเงินมีประโยชน์สำคัญอย่างไรบ้างนะครับก็ช่วยให้เราวางแผนในเรื่องของการเงินวางแผนชีวิตได้อย่างประสบความสำเร็จและมั่นคงและมั่งคั่งด้วยเช่นกันครับ