ประชากรไทยที่มั่งคั่งที่สุดเพียงแค่ 1 เปอร์เซ็นต์ ถือครองทรัพย์สินในประเทศไทยถึง 66.9 เปอร์เซ็นต์ทั้งประเทศ ต้องบอกว่าความเหลื่อมล้ำมีผลกับทุกคน อยู่ที่ว่าคุณรู้ตัวหรือไม่ ถ้าสามารถย้อนกลับไปในอดีตได้เนี่ยตอนที่เรายังเป็นมนุษย์หินนี้ยังเดินแก้ผ้าอยู่ เพราะเราทุกคนบนโลกใบนี้เคยจนมาก่อน คำถามคือจากที่เคยจนทุกคน และเป็นมนุษย์ยุคหินทุกคนแล้วอยุ่ๆมันมีคนจน คนชั้นกลางและคนรวยได้ยังไงและมันเริ่มจากที่ไหน

เหลื่อมล้ำเป็นพิษ เศรษฐกิจทยอยตาย ถ้าพูดถึงความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ นั้นก็คือ รวยกระจุกจนกระจาย นั้นก็คือคนรวยที่รวยขึ้น คนชั้นกลางมีเล็กลง และคนจนมีมากขึ้น จากการสำรวจ คนไทยที่มั่งคั่งที่สุด 1 เปอร์เซ็นต์ถือครองทรัพย์สิน 66.9 เปอร์เซ็นต์ทั้งประเทศและประชากร 10 เปอร์เซ็นต์บนถือครองทรัพย์สินมากถึง 85.7 เปอร์เซ็นต์ จากข้อมูลคนที่มีเงินในบัญชี 10 ล้านบาทขึ้นไปมีแค่ประมาณ 1 แสนกว่าบัญชีเท่านั้นซึ่งจากจำนวนประชากรของไทยก็ตีเป็นแค่ 1เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่มูลค่าของเงินรวมกันแล้วนั้นเท่ากับ 55 เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมดทั่งประเทศไทย ซึ่งคุณจะเห็นได้ชัดเลยว่าความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ ที่ส่วนตัวของผมคิดว่ามันเกิดจากความเหลื้อมล้ำด้านการคิดและการกระทำ แต่ที่ผมไปศึกษามามี 2 อย่างที่สำคัญก็คือ

1.Globalization ก็คือโลกาภิวัฒณ์ก็คือมันทำให้ทุกอย่างอิสระและเสรีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ                การเงิน ที่เข้า-ออกหรือคนเองที่ย้ายไปย้ายมา ซึ่งมันก็ส่งผลกับการเงินเป็นการทำที่สะดวกรวดเร็วขึ้น เช่นเดียวกัน เช่นยกตัวอย่างบริษัทที่ไทยถูกย้ายไปที่ประเทศอินเดีย เพราะมันจะได้ไม่ต้องใช้มีนสมองของคนไทยเลยก็ได้ถ้าสมติของที่อินเดียถูกกว่าและนี้ก็คือคำว่า Globalization

2.Technology เป็นตัวเร่งที่จะทำให้ความเหลื่อมล้ำและรายได้ค่อยๆห่างมากขึ้นก็คือ Technology ถ้าคุณสังเกตดูธุรกิจใหม่ๆทุกวันนี้ ทุกองค์กรณ์คนจะน้อยลงเรื่อยๆ เพราะทุกวันนี้เริ่มจะนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้มากขึ้น เลยจำเป็นต้องใช้คนน้อยลง จากคนที่เป็นคนชั้นกลางก็ต้องตกงานและเป็นคนจนไปหมด

  1. โลกของทุนนิยม ทุนนิยมคือ ที่ไหนที่มีผลตอบแทนมากที่สุดจุดเงินก็จะไปตรงนั้น ทุนนิยมคือ ฟรีมาเก็ท ก็คือคนที่ทำได้ดีก็จะได้ผลตอบแทนที่ดีและคนที่ทำได้น้อยผลตอบแทนก็จะได้ย้อย แม้กระทั้งประเทศจีน ก็ยังเป็นทุนนิยมเลยนะทุกวันนี้ มันก็เลยทำให้ความเหลื่อมล้ำค่อยๆเพิ่มมากขึ้น ซึ่งความเหลื่อมล้ำก็ส่งผลกระทบถึงทุกคน อยู่ที่ว่าคุณรู้ตัวอยู่หรือไม่

คนรวยที่เค้าไปยืมเงินมาเค้าก็จะเอาไปลงทุน เค้าก็จะได้ผลตอบแทนประมาณ 8-10เปอร์เซ็นต์ต่อปี ในขณะที่คนชั้นกลางและคนจน เอาเงินไปฝากที่ธนาคารจะได้ดอกเบี้ยเพียงแค่ 1.5 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ซีงมันก็จะแตกต่างกันและวงเงินก็ยังไม่เท่ากัน

สมติว่าคุณกำลังทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และมีอสังหาริมทรัพย์ 2 เจ้าคือ

1.อสังหาริมทรัพย์รายเล็ก

2.อสังหาริมทรัพย์รายใหญ่

และถ้าคุณเป็นSME แล้วคุณไปกู้แบงค์ก็อาจจะได้ดอกเบี้ยอยู่ที่ 7-8 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่อสังหาริมทรัพย์ที่มีขนาดใหญ่เค้าไม่จำเป็นที่จะต้องทำแบบนั้นก็ได้ แต่เค้าอาจจะปล่อยหุ้นกู้ แค่ 3 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งคุณจะเห็นได้ว่า ระหว่าง 3 เปอร์เซ็นต์ กับ 8 เปอร์เซ็นต์ แล้วเป็นอย่างนี้ไปอีก10-20 ปีแล้วคุณจะสู้กันยังไง และต้นทุนของคุณก็สูงกว่า ต่อให้ขายราคาเท่ากันคุณก็จะได้ราคาน้อยกว่า และอีกเจ้าหนึ่งก็จะมีกำไรมากกว่า ซึ่งคุณจะเห็นได้เลยว่าคนที่ยิ่งรวยเค้ายิ่งจะเอาผลกำไรที่ได้ไปลงทุนและทำให้เค้าได้กำไรมากขึ้น

ความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ มันจะนำไปสู่ความเหลื่อมล้ำอีกมากมาย เช่นความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา การรักษาพยาบาล ความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ มันแทบจะมีผลกระทบกับทุกอย่างที่อยู่ในบ้านคุณด้วยซ้ำไปและนอกจากนั้นยังมีผลกระทบกับเศรษฐกิจด้วย เพราะการที่ประเทศเจริญหรือไม่ ให้ดูที่คนชั้นกลางว่า

1.จะต้องมีการเงินพอสมควร

2.มีกำลังซื้อ และถ้าคนชั้นกลางและคนจนกำลังซื้อไม่มีมันก็จะส่งผลต่อคนรวยได้เหมือนกัน

ต้องการประกาศหางานต้องที่นี่